ในชีวิตประจำวัน เรามักให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพทั่วไป เช่น ตรวจเลือด ตรวจตับ หรือเอกซเรย์ แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือการ ตรวจสุขภาพทางเพศ ซึ่งจริง ๆ แล้วสำคัญไม่แพ้กัน เพราะสุขภาพทางเพศที่ดี ไม่ได้หมายถึงแค่การไม่มีโรคเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการมีความสัมพันธ์ที่ปลอดภัย มั่นใจ และปราศจากความกังวล ปัจจุบัน คนรุ่นใหม่เริ่มเข้าใจมากขึ้นว่า การตรวจสุขภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือ “การรักตัวเองอย่างมีความรับผิดชอบ” การตรวจเป็นประจำช่วยให้เรารู้เท่าทันโรคต่าง ๆ รักษาได้ทัน และลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น
ตรวจสุขภาพทางเพศ คืออะไร?
“ตรวจสุขภาพทางเพศ” หมายถึง การตรวจร่างกายและเลือดที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์และเพศสัมพันธ์ เพื่อค้นหาความผิดปกติที่อาจเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (Sexually Transmitted Infections – STIs) รวมถึงการประเมินฮอร์โมนและสุขภาพโดยรวมที่ส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศ
จุดประสงค์หลักของการตรวจสุขภาพทางเพศคือ
- ตรวจหาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นเพื่อให้รักษาได้ทัน
- ป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น
- เสริมความมั่นใจในชีวิตรักและความสัมพันธ์
- รู้จักร่างกายของตนเองมากขึ้น
ไม่ว่าคุณจะมีคู่นอนประจำหรือไม่ก็ตาม หากมีเพศสัมพันธ์ “ควรตรวจสุขภาพทางเพศอย่างสม่ำเสมอ” เพราะบางโรคอาจไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่เชื้อได้
ตรวจสุขภาพทางเพศ ตรวจอะไรบ้าง?
หลายคนอาจสงสัยว่า “ตรวจสุขภาพทางเพศต้องตรวจอะไรบ้าง?” คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมทางเพศ ความเสี่ยง และคำแนะนำจากแพทย์ แต่โดยทั่วไปจะแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มการตรวจหลัก ๆ ดังนี้

1. ตรวจหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs)
นี่คือหัวใจของการตรวจสุขภาพทางเพศ เพราะโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิดอาจไม่มีอาการแต่ส่งผลรุนแรงในระยะยาว เช่น
- HIV (เชื้อเอชไอวี) ตรวจเลือดหาแอนติบอดีหรือแอนติเจนของเชื้อ รู้ผลภายในไม่กี่วัน
- ซิฟิลิส (Syphilis) ตรวจเลือดหาเชื้อแบคทีเรีย Treponema pallidum หากไม่รักษาอาจลุกลามไปถึงสมองและหัวใจ
- หนองใน (Gonorrhea) และ หนองในเทียม (Chlamydia) ตรวจจากสารคัดหลั่งหรือปัสสาวะ มักไม่แสดงอาการในช่วงแรกแต่ทำให้มีบุตรยากได้
- ไวรัสตับอักเสบบี และซี (HBV, HCV) ตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกันและเชื้อไวรัส โรคนี้ติดต่อทางเลือดและเพศสัมพันธ์
- เริม (Herpes Simplex Virus) ตรวจจากตุ่มน้ำหรือเลือด เป็นไวรัสที่อยู่ในร่างกายตลอดชีวิตแต่ควบคุมได้ด้วยยา
- HPV (Human Papillomavirus) ตรวจจากเซลล์ปากมดลูกหรือทวารหนัก เพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือมะเร็งทวารหนัก
2. ตรวจเลือดทั่วไปและฮอร์โมน
บางคลินิกมีบริการตรวจฮอร์โมนเพศ เช่น Testosterone, Estrogen, FSH/LH รวมถึงการตรวจการทำงานของตับ ไต และไขมันในเลือด ซึ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้ยาคุมหรือฮอร์โมนเสริม
3. ตรวจร่างกายและอวัยวะเพศ
แพทย์จะตรวจดูอาการผิดปกติ เช่น แผล ตุ่ม ผื่น หรือการอักเสบ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงโรคทางเพศสัมพันธ์
4. ตรวจสุขภาพทางเพศ เฉพาะกลุ่ม
- คู่รักที่วางแผนมีบุตร ควรตรวจทั้งคู่ก่อนตั้งครรภ์
- ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย (MSM) ควรตรวจบริเวณคอหอย ทวารหนัก และปัสสาวะ
- ผู้ใช้ฮอร์โมนหรือยาต้านไวรัส (PrEP/PEP) ควรตรวจเลือดและสุขภาพตับไตเป็นระยะ
ทำไมถึงควร ตรวจสุขภาพทางเพศ ?
- เพราะหลายโรคไม่มีอาการชัดเจน โรคหนองในเทียมหรือซิฟิลิสอาจไม่มีอาการ แต่สามารถทำลายระบบสืบพันธุ์ได้
- เพราะช่วยลดการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น เมื่อรู้ผลเร็ว รักษาเร็ว ก็จะช่วยลดโอกาสในการแพร่เชื้อสู่คู่นอน
- เพราะเป็นการดูแลตัวเองและคนที่เรารัก การตรวจสุขภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องของความกล้า แต่คือความรับผิดชอบต่อร่างกายของเราเอง
- เพราะปัจจุบันตรวจได้ง่ายและเป็นส่วนตัวมาก มีบริการจองคิวออนไลน์ เช่นผ่านแพลตฟอร์ม Love2Test ที่ช่วยให้เลือกคลินิกและเวลาตรวจได้ตามสะดวก
ควรตรวจบ่อยแค่ไหน?
ความถี่ในการตรวจสุขภาพทางเพศขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละคน
- ผู้มีคู่นอนหลายคน หรือไม่ใช้ถุงยางสม่ำเสมอ → ควรตรวจทุก 3–6 เดือน
- ผู้ที่มีคู่นอนประจำและตรวจแล้วปลอดภัยทั้งคู่ → ตรวจปีละ 1 ครั้ง
- ผู้เริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ หรือมีคู่นอนใหม่ → ควรตรวจหลังผ่านช่วง Window Period (2–4 สัปดาห์หลังเสี่ยง)
- ผู้มีอาการผิดปกติ เช่น คัน แสบ มีตกขาวผิดปกติ หรือมีแผล ควรตรวจทันที
สำหรับผู้หญิงควรตรวจภายในและทำ Pap smear ทุก 1–3 ปี เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อ HPV
การเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพทางเพศ
- งดปัสสาวะก่อนตรวจ 2 ชั่วโมง (หากจะตรวจปัสสาวะหรือสารคัดหลั่ง)
- งดใช้ยาฆ่าเชื้อ ครีม หรือยาสอดก่อนตรวจ
- แจ้งประวัติทางเพศอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้แพทย์ประเมินได้เหมาะสม
- หากเคยตรวจมาก่อน ให้นำผลเก่ามาด้วยเพื่อเปรียบเทียบ
- เตรียมบัตรประชาชนหรือเอกสารยืนยันตัวตน
ตรวจสุขภาพทางเพศได้ที่ไหน
คุณสามารถเข้ารับการตรวจได้ทั้งใน
- โรงพยาบาลรัฐและเอกชน
- คลินิกเฉพาะทางด้านสุขภาพทางเพศ
- คลินิกนิรนามของกรมควบคุมโรค
- คลินิกพันธมิตรในระบบจองออนไลน์ เช่น Love2Test
หลายแห่งมีบริการที่เป็นมิตรต่อทุกเพศ พร้อมให้คำปรึกษาก่อนและหลังตรวจ เพื่อให้คุณเข้าใจผลตรวจและแนวทางดูแลต่อเนื่อง
ข้อควรรู้ก่อนเลือกสถานที่ตรวจสุขภาพทางเพศ
- เลือกสถานที่ที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์และห้องปฏิบัติการที่ผ่านการรับรอง
- คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว หากคุณกังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ควรเลือกคลินิกที่รับรองความลับของผู้รับบริการ
- ตรวจสอบบริการเพิ่มเติม เช่น การให้คำปรึกษา การติดตามผล การรักษาเบื้องต้น
- พิจารณาความสะดวกในการเดินทางและการจองคิว ปัจจุบันหลายคลินิกเปิดให้จองผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน
การดูแลสุขภาพทางเพศ หลังการตรวจ
หลังจากตรวจสุขภาพทางเพศแล้ว ไม่ว่าผลตรวจจะเป็นอย่างไร การดูแลตัวเองต่อเนื่องก็สำคัญไม่แพ้กัน
- หากผลเป็นลบ (ไม่พบเชื้อ) ควรรักษาพฤติกรรมที่ปลอดภัย เช่น ใช้ถุงยางทุกครั้ง และตรวจซ้ำตามระยะเวลาที่เหมาะสม
- หากผลเป็นบวก (พบการติดเชื้อ) ไม่ต้องตกใจ เพราะโรคส่วนใหญ่รักษาได้ หากพบเร็ว และควรเข้ารับคำปรึกษาเพื่อวางแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง
- ปรับพฤติกรรมทางเพศให้ปลอดภัยขึ้น
- ใช้ถุงยางทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- หลีกเลี่ยงการใช้เข็มหรือของมีคมร่วมกัน
- สื่อสารอย่างเปิดใจกับคู่นอน
สุขภาพทางเพศที่ดีเริ่มจากการดูแลตัวเองในทุกขั้นตอน ทั้ง “ก่อนตรวจ–ระหว่างตรวจ–หลังตรวจ”

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
- วิธีใช้ Doxy-PEP อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันกามโรค
- ตรวจเอชไอวีง่ายขึ้นกับ Love2Test ก้าวสำคัญเพื่อยุติ HIV ในไทย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) ของการ ตรวจสุขภาพทางเพศ
Q: ตรวจสุขภาพทางเพศเจ็บไหม?
A: โดยทั่วไปไม่เจ็บมาก การตรวจส่วนใหญ่เป็นการเจาะเลือดหรือตรวจปัสสาวะ บางกรณีอาจมีการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งซึ่งใช้เวลาไม่นาน
Q: ต้องรอผลนานไหม?
A: ส่วนใหญ่รู้ผลภายใน 1–3 วัน ขึ้นอยู่กับประเภทของการตรวจและคลินิก
Q: ผลตรวจจะถูกเก็บเป็นความลับไหม?
A: ใช่ คลินิกและโรงพยาบาลทุกแห่งจะรักษาความลับของผู้รับบริการอย่างเข้มงวด
Q: ถ้าไม่มีอาการ จำเป็นต้องตรวจไหม?
A: จำเป็น เพราะโรคหลายชนิดไม่มีอาการแต่สามารถแพร่เชื้อได้ เช่น หนองในเทียมหรือไวรัสตับอักเสบ
สรุป: ตรวจสุขภาพทางเพศ คือการรักตัวเองในแบบที่ถูกต้อง
ตรวจสุขภาพทางเพศ ไม่ใช่เรื่องต้องอายหรือรอให้มีอาการถึงจะตรวจ เพราะสุขภาพที่ดีคือการรู้เท่าทันตั้งแต่เนิ่น ๆ การตรวจเป็นประจำช่วยให้คุณมั่นใจในร่างกายของตัวเอง ปลอดภัยในความสัมพันธ์ และพร้อมใช้ชีวิตอย่างสบายใจ อย่าลืมว่า “รู้เร็ว รักษาเร็ว ปลอดภัยกว่าแน่นอน” เพราะการรักตัวเอง เริ่มต้นได้จากการตรวจสุขภาพทางเพศวันนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก:
– ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ STD ราคาเท่าไร ที่ไหนดี ปี 2568
– ความสำคัญของการตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ
– คู่มือการตรวจสุขภาพทางเพศ


