คู่เป็น U=U ถุงยางแตก ต้องกินเป๊ปหรือไม่ แพทย์เป็นผู้ตัดสินจากข้อมูลการรักษาและผลตรวจไวรัสของคู่ ไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินกันเอง คนที่ตรวจไม่พบเชื้อไม่ถ่ายทอดเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์ แนวทางของสหราชอาณาจักรจึงไม่แนะนำเป๊ปเมื่อเงื่อนไขเรื่องยาและผลตรวจของคู่ครบ ส่วนแนวทางไทยให้เริ่มเป๊ปไว้ก่อน แล้วหยุดได้เมื่อตรวจยืนยันว่าคู่ตรวจไม่พบเชื้อ ให้ไปขอประเมินโดยเร็ว อย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง
คู่เป็น U=U ถุงยางแตก ทำไมคำตอบขึ้นกับผลตรวจล่าสุด
กรมควบคุมโรคอธิบาย U=U ไว้ว่า ผู้มีเชื้อเอชไอวีที่กินยาต้านสม่ำเสมอจนปริมาณไวรัสในเลือดต่ำกว่า 200 ตัวต่อเลือดหนึ่งมิลลิลิตร ซึ่งเรียกว่าตรวจไม่พบ จะไม่ถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีให้คู่ และระบุว่าหลักนี้ใช้กับการถ่ายทอดทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) เขียนไว้ในปี 2023 ว่า คนที่กดไวรัสจนตรวจไม่พบด้วยการกินยาต่อเนื่อง ไม่ส่งต่อเชื้อให้คู่ทางเพศสัมพันธ์
แนวทางของสหราชอาณาจักรสรุปงานวิจัย PARTNER ซึ่งทำในยุโรปไว้ว่า ช่วงแรกติดตามคู่ต่างเพศและคู่ชายรักชาย 888 คู่ ขณะที่ฝ่ายมีเชื้อกินยาจนไวรัสต่ำกว่า 200 ช่วงที่สองติดตามเฉพาะคู่ชายรักชาย 782 คู่ ซึ่งรายงานเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยรวม 76,088 ครั้ง ทั้งสองช่วงไม่พบการติดเชื้อที่เชื่อมโยงทางพันธุกรรมกับคู่ของตนเลย
ตามหลักฐานนี้ ถุงยางที่แตกไม่ได้สร้างความเสี่ยงเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์ ถ้าเงื่อนไขของ U=U ยังครบ สิ่งที่ต้องถามคือเงื่อนไขนั้นครบจริงหรือไม่ในวันที่เกิดเหตุ
เป๊ปกับคู่ที่ตรวจไม่พบเชื้อ แนวทางสองประเทศเขียนไม่เหมือนกัน
ทั้งสองฉบับดูผลตรวจไวรัสของคู่ แต่เขียนขั้นตอนไว้ไม่เหมือนกัน
| แหล่ง | เขียนว่าอย่างไร |
|---|---|
| แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 | ให้ผู้สัมผัสเริ่มกินเป๊ปก่อน แล้วตรวจปริมาณไวรัสของคู่ ถ้าตรวจไม่พบ ผู้สัมผัสหยุดเป๊ปได้ |
| แนวทางเป๊ปของสหราชอาณาจักร ปี 2021 | ไม่แนะนำเป๊ป ถ้าคู่กินยาต้านมาอย่างน้อย 6 เดือน ผลครั้งล่าสุดตรวจไม่พบและตรวจภายใน 6 เดือนที่ผ่านมา และรายงานว่ากินยาสม่ำเสมอ |
| i-Base องค์กรการกุศลในสหราชอาณาจักรที่ให้ข้อมูลการรักษาเอชไอวี | ถ้าคู่ตรวจไม่พบเชื้อจากการรักษา ไม่มีความเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ กรณีนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เป๊ป |
แนวทางไทยจัดการมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักหรือช่องคลอดที่ถุงยางอนามัยแตกไว้ในกลุ่มที่แนะนำเป๊ป แล้วเปิดทางให้หยุดเมื่อรู้ว่าคู่ตรวจไม่พบ ฝั่งสหราชอาณาจักรเริ่มจากอีกด้าน คือไม่ให้เป๊ปเมื่อเงื่อนไขครบ แต่ถ้ามีข้อสงสัยเรื่องประวัติยา การกินยา หรือผลตรวจของคู่ ให้เป๊ปไว้ก่อนหลังมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยเป็นฝ่ายรับ
แนวทางสหราชอาณาจักรนิยามคำว่าตรวจไม่พบไว้ที่ต่ำกว่า 200 เท่ากับที่กรมควบคุมโรคของไทยใช้ และสรุปจากงานวิจัยว่าความเสี่ยงจากเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับคนที่กดไวรัสได้ด้วยยา เท่ากับศูนย์ในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นคู่เพศใด
สามข้อเรื่องคู่ที่ควรเตรียมไปตอนขอประเมิน
ถ้าคุณเป็นฝ่ายผลลบ ข้อมูลของคู่ที่ควรเตรียมไปมีสามข้อ ตามเงื่อนไขที่แนวทางสหราชอาณาจักรใช้
- คู่กินยาต้านมาครบ 6 เดือนแล้วหรือยัง
- ผลตรวจปริมาณไวรัสครั้งล่าสุดตรวจไม่พบ และตรวจภายใน 6 เดือนที่ผ่านมาใช่ไหม
- ช่วงที่ผ่านมาคู่กินยาได้ครบ ไม่ขาดยาใช่ไหม
สามข้อนี้ไม่ได้มีไว้ให้ตัดสินเองว่าไม่ต้องไป แนวทางสหราชอาณาจักรบอกว่าควรสนับสนุนให้คนไปรับการประเมินและตรวจสอบข้อมูลของคู่อย่างเป็นทางการ แม้เจ้าตัวจะเชื่อว่าคู่ตรวจไม่พบแล้ว ถ้าตอบว่าใช่ไม่ได้ครบทั้งสามข้อ หรือไม่มีผลตรวจให้ดู ยิ่งต้องรีบไป ถ้าคู่ยินดี ให้ไปด้วยกันหรือนำผลตรวจล่าสุดไปด้วย
แนวทางไทยระบุว่าเป๊ปต้องเริ่มเร็วที่สุด อย่างช้าที่สุดไม่เกิน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัส และต้องกินจนครบ 4 สัปดาห์ ถ้าเลย 72 ชั่วโมงแล้ว แนวทางให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
ถ้าได้เริ่มเป๊ป แนวทางไทยให้ตรวจเอชไอวีของผู้สัมผัสเป็นพื้นฐานก่อน แล้วนัดตรวจซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือน และ 3 เดือน ระหว่างนั้นให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และงดบริจาคเลือด การกินเป๊ปควรอยู่ในการติดตามของแพทย์
เรื่องอายุของผลตรวจอ่านต่อได้ที่ ตรวจ Viral Load ทุกกี่เดือน ผลเก่าแค่ไหนยังเชื่อได้
ถุงยางแตกยังมีเรื่องที่ U=U ไม่ได้ครอบคลุม
กรมควบคุมโรคระบุว่า U=U ไม่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น และไม่ได้ช่วยเรื่องคุมกำเนิด หลังถุงยางแตกจึงยังมีสองเรื่องที่ต้องคิดต่อ ไม่ว่าเรื่องเอชไอวีจะได้คำตอบอย่างไร
เรื่องแรกคือโรคอย่างซิฟิลิสหรือหนองใน ซึ่งติดได้ไม่ว่าผลเอชไอวีของใครจะเป็นอย่างไร แนวทางไทยให้การประเมินหลังสัมผัสทางเพศรวมการคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการทดสอบการตั้งครรภ์ไว้ด้วย รายละเอียดอยู่ในบทความ STI กับ U=U: เป็นหนองในหรือซิฟิลิส ยังไม่แพร่ HIV ไหม เรื่องที่สองคือการตั้งครรภ์ ถ้ายังไม่ได้วางแผนมีลูก ให้ถามเรื่องการคุมกำเนิดในคราวเดียวกัน
อีกข้อคือ U=U ไม่ได้ใช้กับเลือดหรือเข็ม แนวทางไทยเขียนถึงการถูกเข็มตำจากการทำงานว่า แม้แหล่งสัมผัสจะตรวจไม่พบเชื้อ ก็ยังต้องพิจารณาเป๊ปอยู่
คุยกันอย่างไรหลังเหตุการณ์ โดยไม่ให้กลายเป็นเรื่องไม่ไว้ใจ
การที่ฝ่ายผลลบอยากไปขอประเมินไม่ได้แปลว่าไม่เชื่อคู่ แนวทางทั้งสองฉบับก็ให้ตรวจสอบผลของคู่ ประโยคตัวอย่างที่เราเรียบเรียงขึ้น เช่น "เราเชื่อเรื่องยูเท่ากับยู แต่อยากไปให้เจ้าหน้าที่ดูผลล่าสุดด้วยกัน จะได้ไม่ต้องคิดวนเอง" หรือฝั่งผู้มีเชื้อ "ผลครั้งล่าสุดของเราคือเดือนนี้ ไปถามคลินิกด้วยกันไหม"
กรมควบคุมโรคเขียนว่า U=U ช่วยลดความกังวลของผู้มีเชื้อเรื่องการถ่ายทอดเชื้อให้คู่ ถุงยางแตกจึงไม่ควรกลายเป็นความรู้สึกผิดของฝ่ายใด เป็นเหตุให้ไปดูผลตรวจกับเจ้าหน้าที่ด้วยกัน
สิ่งที่ไม่ควรทำคือหยิบยาต้านของคู่มากินแทนเป๊ป i-Base เขียนว่าไม่แนะนำให้ใช้ยาของคนอื่น และยาต้านบางตัวไม่ควรใช้เป็นเป๊ปเลย ข้อมูลที่เปิดอ่านเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 กรมควบคุมโรคระบุว่าเป๊ปฟรีสำหรับทุกคน ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ใช้บัตรประชาชน รับได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง
อ่านหลักของเรื่องนี้ต่อได้ที่หน้า U=U: เมื่อกดไวรัสได้ต่อเนื่อง HIV จะไม่ถูกถ่ายทอดทางเพศสัมพันธ์ ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
คำถามที่พบบ่อย
คู่เพิ่งเริ่มยาได้สามเดือน นับว่าเข้าเงื่อนไขหรือยัง
ยัง แนวทางสหราชอาณาจักรนับที่การกินยามาอย่างน้อย 6 เดือน ถ้าถุงยางแตกในช่วงนี้ ให้ไปขอประเมินเป๊ปภายใน 72 ชั่วโมง
ไม่มีผลตรวจไวรัสของคู่อยู่ในมือ ต้องรอผลก่อนไหม
ไม่ต้องรอ แนวทางไทยให้เริ่มเป๊ปก่อน แล้วค่อยตรวจปริมาณไวรัสของคู่ ถ้าตรวจไม่พบจึงหยุดได้
เริ่มเป๊ปไปแล้ว รู้ทีหลังว่าคู่ตรวจไม่พบ หยุดเองได้ไหม
แนวทางไทยเปิดทางให้หยุดได้ แต่ควรให้แพทย์ที่จ่ายยาเป็นผู้ยืนยันจากผลตรวจของคู่ ไม่หยุดยาเอง
คู่ขาดยาไปหลายวันก่อนเกิดเหตุ ยังถือว่าตรวจไม่พบอยู่ไหม
ตอบเองไม่ได้ ต้องดูผลตรวจ แนวทางสหราชอาณาจักรเขียนว่าถ้ามีข้อสงสัยเรื่องการกินยาของคู่ ให้เป๊ปไว้ก่อนหลังมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยเป็นฝ่ายรับ จึงควรไปขอประเมิน
ถ้าเป็นออรัลเซ็กซ์ ต้องคิดเรื่องเป๊ปไหม
แนวทางไทยจัดเพศสัมพันธ์ทางปากไว้ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำกว่า ซึ่งพิจารณาเป๊ปเป็นราย ๆ ไป ส่วนแนวทางสหราชอาณาจักรโดยทั่วไปไม่แนะนำเป๊ปหลังออรัลเซ็กซ์ ไม่ว่าผลตรวจไวรัสของคู่จะเป็นอย่างไร และให้พิจารณาได้ในกรณีพิเศษ เช่น การติดเชื้อเอชไอวีระยะแรกร่วมกับการบาดเจ็บหรือแผลในช่องปากและคอ ถ้ากังวล ให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน
สรุป
- คู่ที่กินยาต่อเนื่องและตรวจไม่พบเชื้อ ไม่ถ่ายทอดเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์ ถุงยางแตกจึงไม่เปลี่ยนข้อนี้
- แนวทางสหราชอาณาจักรไม่แนะนำเป๊ปเมื่อเงื่อนไขครบ แนวทางไทยให้เริ่มก่อน แล้วหยุดได้เมื่อยืนยันว่าคู่ตรวจไม่พบ
- จะกินเป๊ปหรือไม่ให้แพทย์ตัดสิน ไปขอประเมินภายใน 72 ชั่วโมง ยิ่งถ้าไม่แน่ใจเรื่องระยะเวลากินยา ผลตรวจล่าสุด หรือการกินยาของคู่
- เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นและการตั้งครรภ์ ยังต้องดูแลแยกต่างหาก
เหตุการณ์แบบนี้เป็นจังหวะดีที่จะดูผลตรวจล่าสุดด้วยกัน และตกลงกันว่าครั้งหน้าจะทำอย่างไร
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- แนวทางการตรวจวินิจฉัย รักษา และป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565
- แนวทางการใช้ยาป้องกันเอชไอวีหลังสัมผัสของสหราชอาณาจักร ปี 2021 สมาคม BHIVA
- หน้าความรู้เรื่องเป๊ป องค์กร HIV i-Base
- ข่าวแนวทางเรื่องการกดไวรัสเอชไอวี องค์การอนามัยโลก ปี 2023
- U=U เราเท่ากัน ทุกคนเท่าเทียม กรมควบคุมโรค
- สิทธิประโยชน์ด้านเอชไอวี กรมควบคุมโรค

