ตรวจไม่พบ = ไม่แพร่เชื้อ · U=U คือความจริงที่วิทยาศาสตร์ยืนยันแล้ว
บทความ

ตั้งครรภ์กับคู่ที่มีเชื้อเอชไอวี ฝากครรภ์ตรวจอะไรเพิ่ม

ตั้งครรภ์กับคู่ที่มีเชื้อเอชไอวี ขณะที่ผลเลือดของคุณเป็นลบ แนวทางเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ให้ทีมฝากครรภ์ถามเรื่องความเสี่ยงในเดือนที่ผ่านมา อาการ และการรักษากับผลไวรัสของสามีก่อน กรณีที่แพทย์ประเมินว่าเสี่ยงต่ำให้ตรวจ…

ตั้งครรภ์กับคู่ที่มีเชื้อเอชไอวี ฝากครรภ์ตรวจอะไรเพิ่ม

ตั้งครรภ์กับคู่ที่มีเชื้อเอชไอวี ขณะที่ผลเลือดของคุณเป็นลบ แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ให้ทีมฝากครรภ์ซักประวัติก่อนว่าช่วงที่ผ่านมามีความเสี่ยงหรือไม่ และคู่รักษาอยู่กับผลไวรัสเป็นอย่างไร ถ้าประเมินว่าเสี่ยงต่ำ ให้ตรวจเลือดซ้ำเมื่ออายุครรภ์ 28 ถึง 32 สัปดาห์ เมื่อเจ็บท้องคลอด และทุก 6 เดือนหลังคลอด ดูแลแม่และลูกตามปกติ และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง

ถ้ามีความเสี่ยง แนวทางให้ตรวจหรือป้องกันเพิ่มตามช่วงเวลาที่เสี่ยง และถ้าเพิ่งมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ให้ไปขอประเมินเรื่องยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ (เป๊ป) โดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์

ตั้งครรภ์กับคู่ที่มีเชื้อเอชไอวี ทำไมผลไวรัสของคู่จึงสำคัญ

แนวทางของไทยฉบับเดียวกันเขียนว่า การเริ่มยาต้านเร็วและกินยาได้ดีทำให้กดไวรัสได้จนตรวจไม่พบ และไม่ถ่ายทอดเชื้อไปสู่คู่นอน ซึ่งเรียกว่า U=U หลักนี้พูดถึงการถ่ายทอดทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น

แนวทางการจัดบริการยาป้องกันก่อนสัมผัสเชื้อ (เพร็พ) ของไทยปี 2568 เขียนว่า ในคู่ผลเลือดต่าง เมื่อฝ่ายที่มีเชื้อได้รับยาต้านจนกดไวรัสได้สำเร็จ โอกาสถ่ายทอดเอชไอวีสู่คู่นอนจะเป็นศูนย์ แต่ฝ่ายที่ผลเป็นลบอาจยังต้องการรับเพร็พ เช่น ไม่มั่นใจการกินยาของคู่ หรือยังไม่ได้คุยเรื่องผลไวรัสกันอย่างเปิดเผย การรับเพร็พจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้รับบริการ โดยผู้ให้บริการให้ข้อมูลรอบด้าน และต้องตรวจเอชไอวีก่อนเริ่ม

ในกรณีหญิงตั้งครรภ์ที่ผลเลือดเป็นลบแต่สามีมีผลบวก แนวทางเดียวกันให้ซักประวัติสามเรื่อง คือ การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา อาการของการติดเชื้อระยะเฉียบพลัน เช่น ไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ ผื่น และประวัติการรักษากับระดับไวรัสในเลือดของสามี

จากนั้นแนวทางให้ประเมินว่าเสี่ยงต่ำหรือมีความเสี่ยง ตัวอย่างของเสี่ยงต่ำในแนวทาง คือ ผลไวรัสของสามีต่ำกว่าเกณฑ์ที่แนวทางกำหนด ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ หรือป้องกันทุกครั้งในเดือนที่ผ่านมา ส่วนตัวอย่างของมีความเสี่ยง คือ มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันในเดือนที่ผ่านมา สามียังไม่ได้รักษา ผลไวรัสยังไม่ต่ำถึงเกณฑ์ หรือไม่แน่ใจ บทความนี้ไม่ลงตัวเลขเกณฑ์ ให้แพทย์ประเมินจากข้อมูลทั้งหมดและอ่านผลของคู่ เรื่องคู่ที่ผลเลือดต่างกันอ่านต่อได้ที่ คู่ที่ผลเลือดต่างกัน ทำไมอีกฝ่ายตรวจได้ผลลบ

ถ้าแพทย์ประเมินว่าเสี่ยงต่ำ ฝากครรภ์ตรวจอะไรเพิ่ม

แนวทางการรักษาปี 2564/2565 ให้ติดตามผลเลือดต่อเนื่อง โดยตรวจหาเอชไอวีซ้ำเมื่ออายุครรภ์ 28 ถึง 32 สัปดาห์ เมื่อเจ็บท้องคลอด และทุก 6 เดือนหลังคลอด ดูแลแม่และเด็กเหมือนปกติ กินนมแม่ได้ถ้าผลเลือดเป็นลบและไม่มีความเสี่ยงเพิ่มเติม และแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์

ภาพประกอบ: ตั้งครรภ์กับคู่ที่มีเชื้อเอชไอวี ฝากครรภ์ตรวจอะไรเพิ่ม (2/3)

สำหรับการฝากครรภ์ตามปกติ แนวทางการตรวจเอชไอวี ซิฟิลิส และไวรัสตับอักเสบ บี ซี ปี 2568 ของกรมควบคุมโรค ให้ตรวจทั้งหญิงตั้งครรภ์และสามีตั้งแต่ฝากครรภ์ครั้งแรก และเมื่ออายุครรภ์ 32 สัปดาห์ และจัดคู่ที่มีผลเลือดต่างกันไว้ในกลุ่มที่ต้องตรวจซ้ำแม้ผลครั้งแรกเป็นลบ วันนัดจริงให้ยึดตามทีมฝากครรภ์

ถ้ายังมีความเสี่ยง แผนตรวจและการป้องกันเปลี่ยนอย่างไร

แนวทางการรักษาปี 2564/2565 แยกตามเวลาที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันครั้งล่าสุด ดังนี้

  • ภายใน 72 ชั่วโมง แนวทางแนะนำเป๊ป ซึ่งต้องให้โดยเร็วที่สุดหลังสัมผัสภายใน 1 ถึง 2 ชั่วโมง และอย่างช้าไม่เกิน 72 ชั่วโมง โดยต้องกินยาจนครบ 4 สัปดาห์ ถ้าเลย 72 ชั่วโมงแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
  • เลย 72 ชั่วโมงแต่ไม่ถึง 4 สัปดาห์ และอายุครรภ์น้อยกว่า 36 สัปดาห์ ให้ตรวจทันที ถ้าผลลบให้ตรวจซ้ำอีก 2 สัปดาห์ต่อมา แล้วตรวจอีกครั้งเมื่ออายุครรภ์ 28 ถึง 32 สัปดาห์และเมื่อเจ็บท้องคลอด
  • เลย 72 ชั่วโมงแต่ไม่ถึง 4 สัปดาห์ และอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ขึ้นไป แนวทางให้พิจารณาป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกไว้ก่อนเหมือนหญิงที่มีเชื้อเอชไอวี งดนมแม่ และติดตามผลเลือดแม่

ทั้งเป๊ปและยาป้องกันการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูก แพทย์เป็นผู้ประเมินและเลือกยา ให้กินตามที่แพทย์สั่งจนครบ อย่าหยุดหรือซื้อยากินเอง ถ้าได้เป๊ป แนวทางให้ดูแลหญิงตั้งครรภ์เหมือนผู้ที่ได้รับเป๊ปทั่วไป ซึ่งรวมการตรวจเลือดซ้ำหลังสัมผัส 1 เดือนและ 3 เดือน การงดบริจาคเลือด และการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งในช่วงนี้

ถ้ายังมีความเสี่ยงต่อเนื่อง แนวทางการรักษาปี 2564/2565 ให้พิจารณาเพร็พ และถึงกินเพร็พแล้ว แนวทางยังให้ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ถ้าใช้เพร็พอยู่แล้ว ผู้เขียนแนะนำให้คุยกับผู้ให้บริการก่อนตัดสินใจว่าจะใช้ต่อหรือหยุด อย่าหยุดเอง

เตรียมข้อมูลอะไรไปบอกทีมฝากครรภ์

ข้อมูลอย่างหนึ่งที่แนวทางให้ทีมฝากครรภ์ถาม คือประวัติการรักษาและผลไวรัสของคู่ ผู้เขียนแนะนำให้คุยกับคู่ก่อนวันนัด ถ้าคู่ยินดี ให้ไปฝากครรภ์ด้วยกันหรือนำผลตรวจล่าสุดไปด้วย และให้แพทย์เป็นผู้อ่านผลนั้น

ผู้เขียนแนะนำให้บอกทีมฝากครรภ์ตามจริงด้วยว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมาใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งหรือไม่ และมีอาการอย่างไข้หรือผื่นหรือเปล่า เพราะเป็นเรื่องที่แนวทางให้ถามเช่นกัน ถ้ามีอาการ ติดต่อทีมได้โดยไม่ต้องรอวันนัด ถ้าทั้งคู่ยังอยู่ในช่วงวางแผนลูกคนต่อไป อ่านต่อได้ที่ วางแผนมีลูกเมื่อ U=U ตั้งครรภ์เองได้ไหม ต้องเตรียมอะไร

คำถามที่พบบ่อย

คู่ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว ทำไมยังมีนัดตรวจช่วงท้ายครรภ์

ยังต้องไป ในแนวทางการรักษาเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 สามีที่มีผลไวรัสต่ำกว่าเกณฑ์เป็นตัวอย่างหนึ่งของกรณีเสี่ยงต่ำ และแผนของกรณีนี้ยังให้ตรวจซ้ำเมื่ออายุครรภ์ 28 ถึง 32 สัปดาห์ เมื่อเจ็บท้องคลอด และทุก 6 เดือนหลังคลอด

ภาพประกอบ: ตั้งครรภ์กับคู่ที่มีเชื้อเอชไอวี ฝากครรภ์ตรวจอะไรเพิ่ม (3/3)

หลังคลอดให้นมลูกได้ไหม

ในกรณีเสี่ยงต่ำ แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 เขียนว่ากินนมแม่ได้ถ้าผลเลือดเป็นลบและไม่มีความเสี่ยงเพิ่มเติม ส่วนกรณีที่เพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันครั้งล่าสุดเลย 72 ชั่วโมงแต่ไม่ถึง 4 สัปดาห์ และอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ขึ้นไป แนวทางเดียวกันให้งดนมแม่ และถ้าแม่ยังมีความเสี่ยงแต่จะให้นมต่อ ให้พิจารณาเพร็พในแม่ ให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน

ตั้งครรภ์อยู่ รับเพร็พได้ไหม

แนวทางเพร็พของไทยปี 2568 เขียนว่าการตั้งครรภ์และการให้นมบุตรไม่ใช่ข้อห้ามของการรับเพร็พ และรับเพร็พได้ทุกชนิดแม้ปรากฏว่าตั้งครรภ์ เพร็พต้องตรวจเอชไอวีก่อนเริ่มและรับจากหน่วยบริการ จะเริ่มหรือไม่และชนิดไหนให้แพทย์ประเมินร่วมกับคุณ

ระหว่างตั้งครรภ์มีไข้ เจ็บคอ หรือมีผื่น ต้องทำอย่างไร

อาการเหล่านี้อยู่ในประวัติที่แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ให้ซักถาม แต่แนวทางเดียวกันเขียนว่าอาการของระยะเฉียบพลันคล้ายการติดเชื้ออื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ และบางรายไม่มีอาการ อย่าสรุปเอง ผู้เขียนแนะนำให้ติดต่อทีมฝากครรภ์หรือสถานพยาบาลโดยไม่ต้องรอวันนัด พร้อมเล่าว่าช่วงที่ผ่านมามีความเสี่ยงหรือไม่

ทำไมแนวทางให้ตรวจหลังคลอดด้วย

แนวทางการตรวจของไทยปี 2568 เขียนว่าแม้ผลลบตลอดการตั้งครรภ์ ถ้าประเมินว่าอาจมีความเสี่ยงช่วงคลอดหรือช่วงให้นม ให้ตรวจซ้ำทั้งแม่และลูก เพื่อป้องกันการถ่ายทอดเชื้อหลังคลอด ตารางการตรวจซ้ำในแนวทางเดียวกันยกตัวอย่างหญิงที่ให้นมบุตรและมีความเสี่ยงหลังคลอด เช่น มีเพศสัมพันธ์กับสามีที่มีเชื้อในช่วงไม่เกิน 1 เดือนก่อนคลอด

สรุป

  • แนวทางการรักษาเอชไอวีของไทย ปี 2564/2565 ให้ทีมฝากครรภ์ถามเรื่องความเสี่ยงในเดือนที่ผ่านมา อาการ และการรักษากับผลไวรัสของสามี ก่อนวางแผนตรวจ
  • กรณีที่แพทย์ประเมินว่าเสี่ยงต่ำ แนวทางเดียวกันให้ตรวจซ้ำเมื่ออายุครรภ์ 28 ถึง 32 สัปดาห์ เมื่อเจ็บท้องคลอด และทุก 6 เดือนหลังคลอด และใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
  • ถ้าเพิ่งมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ให้ไปขอประเมินเรื่องเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
  • U=U ในแนวทางไทยพูดถึงการไม่ถ่ายทอดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ผลไวรัสของคู่ให้แพทย์เป็นผู้อ่าน

อ่านหลักของ U=U ต่อได้ที่หน้า U=U: เมื่อกดไวรัสได้ต่อเนื่อง HIV จะไม่ถูกถ่ายทอดทางเพศสัมพันธ์ ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)

หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ

แหล่งอ้างอิง