ไม่กล้ามีความรักหลังรู้ว่ามีเชื้อเอชไอวีเป็นความรู้สึกที่มีคนในไทยรายงานจริง การสำรวจเรื่องการตีตราที่นำโดยผู้มีเชื้อเอชไอวีเอง (Stigma Index 2.0) ช่วงปี 2565 ถึง 2566 พบว่าร้อยละ 19 ของผู้ตอบ 2,372 คน บอกว่าการมีเชื้อส่งผลลบต่อการหาความรักในรอบ 12 เดือน และร้อยละ 18 ของผู้ตอบ 2,259 คน เคยตัดสินใจไม่มีเพศสัมพันธ์เพราะสถานะเอชไอวีในช่วงเดียวกัน
U=U ตอบความกลัวได้หนึ่งข้อ คือแนวทางของไทยและองค์การอนามัยโลกเขียนว่าผู้มีเชื้อที่รักษาต่อเนื่องจนตรวจไม่พบไวรัสไม่ส่งต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ส่วนความอายและความยากในการบอกคนอื่น ผู้เขียนเห็นว่าเป็นอีกเรื่องที่ควรคุยกับทีมรักษา
ตัวเลขของไทยเรื่องไม่กล้ามีความรักหลังรู้ผลเลือด
การสำรวจนี้นำโดยมูลนิธิผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวีในประเทศไทย เก็บข้อมูลช่วงสิงหาคม 2565 ถึงมกราคม 2566 กับผู้มีเชื้อ 2,508 คน อายุ 18 ปีขึ้นไปที่รู้สถานะมาอย่างน้อย 12 เดือน ใน 24 จังหวัดจากทั้ง 13 เขตสุขภาพ บางข้อที่ถามถึงรอบ 12 เดือนมีดังนี้
- การหาความรัก: ในผู้ตอบข้อนี้ 2,372 คน ร้อยละ 19 บอกว่าส่งผลลบ ร้อยละ 71 บอกว่าไม่ส่งผล และร้อยละ 10 บอกว่าส่งผลบวก
- ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและมั่นคงกับคนอื่น: ในผู้ตอบ 2,454 คน ร้อยละ 15 บอกว่าส่งผลลบ
- ร้อยละ 18 ของผู้ตอบ 2,259 คน เคยตัดสินใจไม่มีเพศสัมพันธ์เพราะสถานะเอชไอวี
เมื่อแยกตามอัตลักษณ์ทางเพศ รายงานเขียนว่าผู้หญิงข้ามเพศรายงานผลลบสูงที่สุดในหลายด้าน รวมถึงการหาความรัก คือร้อยละ 34 ของผู้หญิงข้ามเพศที่ตอบข้อนี้ 172 คน
ผู้เขียนอ่านว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่มีเชื้อต้องรู้สึกแบบนี้ ผู้ตอบส่วนใหญ่ถูกชวนผ่านสถานที่ที่ผู้มีเชื้อไปใช้บริการหรือพบปะ ทุกข้อเป็นคำตอบที่เล่าเอง และคนที่เพิ่งรู้ผลไม่ถึง 12 เดือนไม่อยู่ในการสำรวจ
ความอายและการปิดสถานะ เกี่ยวกับเรื่องหัวใจอย่างไร
ในผู้ตอบทั้ง 2,508 คน ร้อยละ 75 บอกว่าการบอกคนอื่นว่ามีเชื้อเป็นเรื่องยาก ร้อยละ 67 ปิดสถานะจากคนอื่น ร้อยละ 39 รู้สึกอายที่มีเชื้อ และร้อยละ 33 รู้สึกผิด
ในการสัมภาษณ์ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย 30 คน รายงานเล่าว่าหลายคนกลัวหรือไม่มั่นใจที่จะบอกสถานะกับคนที่อาจเป็นคนรัก และยังไม่พร้อมสร้างอนาคตกับคู่ เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับความรัก
รายงานเขียนว่าความอายต่ำลงในคนที่อยู่กับเชื้อมานานกว่า คือร้อยละ 53 ในคนที่อยู่กับเชื้อไม่ถึง 10 ปี และร้อยละ 32 ในคนที่อยู่กับเชื้อ 20 ปีขึ้นไป รายงานยังเขียนว่าการตีตราตัวเองอาจมีส่วนทำให้แยกตัวจากสังคม โดยไม่ได้สรุปว่าเป็นสาเหตุ

ในผู้ตอบ 2,476 คน ร้อยละ 15 บอกว่าในรอบ 12 เดือน การมีเชื้อทำให้นับถือตัวเองมากขึ้น มากกว่าร้อยละ 10 ที่บอกว่าน้อยลง อ่านเรื่องการดูแลใจต่อได้ที่ เอชไอวีกับสุขภาพจิต - สร้างพลังใจเพื่อชีวิตที่มีความสุข
U=U บอกอะไรเรื่องเซ็กส์และความสัมพันธ์
แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 ของกรมควบคุมโรค เขียนว่าการเริ่มรักษาเร็วและกินยาได้ดีสามารถนำไปสู่การกดไวรัสจนตรวจไม่พบ ทำให้ไม่ถ่ายทอดเชื้อไปสู่คู่นอน หรือที่เรียกว่า U=U
องค์การอนามัยโลกเขียนในเอกสารปี 2566 ว่าผู้มีเชื้อที่ตรวจไม่พบไวรัสและยังรักษาต่อเนื่องตามที่แพทย์สั่ง ไม่มีความเสี่ยงที่จะส่งต่อเอชไอวีให้คู่ทางเพศสัมพันธ์ และภาวะนี้ย้อนกลับได้ถ้าเข้าถึงยาไม่ได้หรือหยุดรักษา U=U พูดถึงการไม่ส่งต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น ผลตรวจของแต่ละคนให้แพทย์เป็นผู้อ่าน อ่านเรื่องชีวิตทางเพศเพิ่มเติมได้ที่ ติดเอชไอวี มีเซ็กส์ได้ปกติหรือไม่?
ช่วงที่แพทย์ยังไม่ได้ยืนยันว่าตรวจไม่พบ ผู้เขียนแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัย ถ้ามีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกันหรือถุงยางแตก ให้คู่ไปพบแพทย์เพื่อขอประเมินเป๊ป (ยาป้องกันหลังสัมผัสเชื้อ) โดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์ เพราะแนวทางของไทยให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อและพิจารณาเป็นราย ๆ ไป
U=U ช่วยคลายความกังวลได้แค่ไหน
องค์การอนามัยโลกเขียนในเอกสารเดียวกันว่า การรณรงค์ที่ชุมชนเป็นผู้นำอย่าง U=U ให้ข้อความที่ช่วยหลายเรื่อง เช่น ลดความกังวลเรื่องการส่งต่อเชื้อให้คู่ทางเพศสัมพันธ์ และลดการตีตราในชุมชน ส่วนรายงานการสำรวจของไทยเสนอให้หน่วยงานสาธารณสุขขยายข้อความ U=U โดยเขียนว่าช่วยลดการตีตราและช่วยให้ผู้มีเชื้อก้าวข้ามการตีตราตัวเองได้
งานวิจัยที่สำรวจทางออนไลน์ช่วงปี 2562 ถึง 2563 ในผู้มีเชื้อที่กำลังรักษาอยู่ 2,389 คนใน 25 ประเทศ ซึ่งไม่มีประเทศไทย พบว่าในคนที่ทีมรักษาเคยคุยเรื่อง U=U ด้วย 1,588 คน ร้อยละ 51.3 ให้คะแนนสุขภาพทางเพศของตัวเองว่าดีหรือดีมาก เทียบกับร้อยละ 41.2 ในคนที่ไม่เคยรู้เรื่อง U=U เลย 296 คน
ผลนี้บอกว่าสองเรื่องพบร่วมกัน ไม่ได้พิสูจน์ว่าการรู้เรื่อง U=U เป็นเหตุ ผู้ตอบไม่ได้ถูกสุ่มและเป็นคำตอบที่เล่าเอง งานเดียวกันพบว่าผู้ตอบในเอเชียของงานนี้เคยคุยเรื่อง U=U กับทีมรักษาเพียงราวครึ่งหนึ่ง ต่ำที่สุดเมื่อแบ่งตามภูมิภาค
องค์การอนามัยโลกเขียนให้บุคลากรบอกเรื่อง U=U กับผู้มีเชื้อที่ตรวจไม่พบไวรัส ผู้เขียนแนะนำให้ถามทีมรักษาตรง ๆ ว่าผลล่าสุดหมายถึงอะไร และ U=U ใช้กับตัวเองแล้วหรือยัง

ถ้าความอายหรือความรู้สึกผิดหนักจนกระทบการกิน การนอน หรือการไปตามนัด ผู้เขียนแนะนำให้บอกทีมรักษาเพื่อขอคำปรึกษาหรือการส่งต่อ
คำถามที่พบบ่อย
เพิ่งเริ่มรักษา ใช้หลัก U=U ได้เลยไหม
ยังไม่ได้ จนกว่าแพทย์จะยืนยันว่าตรวจไม่พบ องค์การอนามัยโลกเขียนว่าความเสี่ยงเป็นศูนย์ใช้กับคนที่ตรวจไม่พบไวรัสและยังรักษาต่อเนื่อง ระหว่างนี้ผู้เขียนแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัย ถ้าไม่ได้ใช้หรือถุงยางแตก ให้คู่ไปขอประเมินเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
คู่ใช้ยาป้องกันเอชไอวีอยู่ ถ้าเราตรวจไม่พบแล้ว คู่ควรหยุดไหม
แนวทางเพร็พของไทยปี 2568 เขียนว่าคู่ที่ผลเป็นลบอาจยังต้องการเพร็พด้วยหลายเหตุผล และการใช้ขึ้นกับการตัดสินใจของคู่ โดยผู้ให้บริการให้ข้อมูลประกอบ ผู้เขียนแนะนำให้คู่คุยกับแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ก่อนหยุดยา
คำว่า ส่งผลลบต่อการหาความรัก ในการสำรวจนี้วัดอย่างไร
ผู้ตอบถูกถามว่าในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา สถานะเอชไอวีส่งผลต่อความสามารถในการหาความรักอย่างไร แล้วเลือกตอบว่าส่งผลบวก ไม่ส่งผล หรือส่งผลลบ ตัวเลขจึงเป็นความรู้สึกของผู้ตอบเอง
ความรู้สึกอายจะหายไปเองเมื่อเวลาผ่านไปไหม
การสำรวจพบว่าคนที่อยู่กับเชื้อมานานกว่ารายงานความอายน้อยกว่า แต่ข้อมูลเก็บครั้งเดียว จึงบอกไม่ได้ว่าเวลาทำให้ความอายของแต่ละคนลดลง ถ้าหนักใจ ผู้เขียนแนะนำให้คุยกับทีมรักษา
ยังไม่อยากมีแฟนหรือมีเซ็กส์ตอนนี้ ผิดไหม
ไม่ผิด ผู้เขียนเห็นว่าเป็นการเลือกของแต่ละคน ถ้าการตัดสินใจนั้นมาจากความกลัวหรือความอายจนทำให้ทุกข์ ให้คุยกับทีมรักษาได้
สรุป
- การสำรวจ Stigma Index 2.0 ของไทยปี 2565 ถึง 2566 ในผู้มีเชื้ออายุ 18 ปีขึ้นไปที่รู้สถานะมาอย่างน้อย 12 เดือน พบว่าร้อยละ 19 ของผู้ตอบ 2,372 คน บอกว่าการมีเชื้อส่งผลลบต่อการหาความรักในรอบ 12 เดือน ขณะที่ร้อยละ 71 บอกว่าไม่ส่งผล
- แนวทางของไทยปี 2564/2565 และองค์การอนามัยโลกเขียนว่าผู้มีเชื้อที่รักษาต่อเนื่องจนตรวจไม่พบไวรัสไม่ส่งต่อเชื้อทางเพศสัมพันธ์ U=U ใช้กับเพศสัมพันธ์เท่านั้น และให้แพทย์เป็นผู้อ่านผล
- องค์การอนามัยโลกเขียนว่าการรณรงค์ U=U ที่ชุมชนเป็นผู้นำให้ข้อความที่ช่วยหลายเรื่อง เช่น ลดความกังวลเรื่องการส่งต่อเชื้อให้คู่ทางเพศสัมพันธ์และลดการตีตราในชุมชน
- ช่วงที่แพทย์ยังไม่ได้ยืนยันว่าตรวจไม่พบ ถ้าไม่ได้ใช้ถุงยางหรือถุงยางแตก ให้คู่ไปขอประเมินเป๊ปโดยเร็วที่สุด ไม่เกิน 72 ชั่วโมง ถ้าเลยแล้วก็ยังควรไปพบแพทย์
ดูหน้า U=U: เมื่อกดไวรัสได้ต่อเนื่อง HIV จะไม่ถูกถ่ายทอดทางเพศสัมพันธ์ ของมูลนิธิเพื่อรัก (Love Foundation)
หมายเหตุ บทความนี้ให้ข้อมูลความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัย และไม่ใช่คำแนะนำการใช้ยาเฉพาะบุคคล เรื่องยาและการรักษาเป็นการตัดสินใจร่วมกับแพทย์หรือเภสัชกรที่ดูแลคุณ ไม่ควรซื้อ เริ่ม หยุด หรือปรับยาด้วยตัวเอง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสุขภาพของตัวเอง ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือคลินิกใกล้บ้านได้เสมอ
แหล่งอ้างอิง
- Results from the People Living with HIV Stigma Index 2.0 Thailand (2022–2023) มูลนิธิผู้หญิงที่อยู่ร่วมกับเอชไอวีในประเทศไทย เผยแพร่ทาง AIDS Data Hub
- The role of HIV viral suppression in improving individual health and reducing transmission องค์การอนามัยโลก ปี 2566
- แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2564/2565 กรมควบคุมโรค
- Undetectable equals untransmittable (U = U): awareness and associations with health outcomes among people living with HIV in 25 countries วารสาร Sexually Transmitted Infections ปี 2564
- แนวทางการจัดบริการยาป้องกันก่อนการสัมผัสเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2568 กรมควบคุมโรค อ้างเรื่องคู่ผลเลือดต่าง
